[MERRY X' MAS ของขวัญ ของผม] end
posted on 01 Jan 2008 00:54 by arasen.
.
...มันเป็นความจริงที่ว่า เสียงนาฬิการ้องดังครบสิบสองครั้งแล้ว
.
ผมกำลังนอนมองเพดานห้องที่ว่างเปล่า แสงจากภายนอกลอดผ่านเข้ามาตามรอยแยกของผ้าม่าน ความเงียบ มันเงียบสงัด แม้กระทั้งเสียงของสายลมก็ไม่มีให้ได้ยิน ดั่งว่าเมืองได้หลับไหลตามผู้คนไปด้วย แต่ถึงกระนั้น ผมก็ยังนอนมองเพดานห้องอยู่
ผมนอนไม่หลับ ผมจึงลุกไปห้องครัวเพื่อหาน้ำดื่ม ...ผมมองแก้วน้ำที่ว่างเปล่าในมือ นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งวัน ไปเที่ยว ดื่มเหล้า หัวเราะ ร้องเพลง จีบสาว ...และเรื่องทั้งหมดก็ไม่จบที่โรงแรมแถวนั้น พวกเราจึงพอใจ แล้วก็ต้องขอบใจเจ้าเครื่องดื่มประจำหลังดื่มเหล้าของผมด้วย อย่างน้อย พรุ่งนี้ผมก็คงไม่ตื่นมาปวดหัวอย่างหนักให้พี่สาวจับได้ ...ถ้าพี่สาวรู้ แฟมผมก็จะรู้ พี่ชายผมก็จะรู้ คุณพ่อกับคุณแม่ก็จะรู้ ทีนี้หล่ะ เรื่องใหญ่แน่... ผมวางแก้วแล้วเดินกลับไปที่ห้องนอน แต่ตอนนั้นเอง ผมก็ได้ยินเสียงบางอย่างจากห้องผม
เพราะความเงียบสนิท เสียงนั้นจึงดังมากกว่าปกติ ผมตกใจ และค่อยค่อยเดินไปที่ห้อง เดินด้วยความพยายามที่จะไม่ให้เกิดเสียงใดใดขึ้นเด็ดขาด เพราะเกรงว่าอะไรก็ตามที่ทำให้เกิดเสียงนั้นจะรู้ว่าผมกำลังเดินไปใกล้ ...ผมเดินไปจนถึงประตู มองผ่านรูกุญแจเข้าไปในห้อง แต่ผมก็ไม่เห็นอะไร ผมพยายามมองให้ทั่ว มองไปทางซ้ายของห้อง สลับกับมองไปทางขวา มองไปที่เพดาน และที่พื้น แต่ผมก็ไม่พบสิ่งใดที่แปลกไปจากห้องเดิมของผม ผมจึงค่อยค่อยเปิดประตูอย่างเบามือ ค่อยค่อยแง้มแล้วมองเข้าไปในห้อง เมื่อประตูเปิดกว้างจนสุด ผมก็มองสำรวจห้องตัวเองอีกครั้ง แต่ก็เช่นเดิม ผมไม่เห็นอะไรที่ต่างไปจากห้องเดิมของผมเลย
ผมถอนหายใจ เดินเข้าห้องไปแล้วปิดประตู ตั้งใจจะนอนให้หลับและรีบตื่นแต่เช้าเพื่อไปรับคุณพ่อกับคุณแม่ที่สนามบินพร้อมกับพี่สาวและพี่ชาย
...ทุกอย่างนั้นเงียบสนิท มันเงียบมากจนแม้แต่เสียงลมหายใจผมก็ได้ยิน ดังนั้น เพียงเสียงพูดเบาเบา มันจึงดังมากในตอนนั้น
ทำไมไม่เปิดกล่องของขวัญหล่ะครับ ?
เสียงพูดดังขึ้นจากข้างหลังผมทันทีที่ผมปิดประตูห้อง ผมหันไปมองและตกใจจนเกือบร้องออกมา ...ที่ปลายเตียงของผม ผมเห็น เด็กผู้ชายยืนอยู่ตรงนั้น เขาใส่ชุดสีดำที่มีขนสีขาวตกแต่งตามปกคอเสื้อและชายแขนชายกางเกง ผมสีน้ำตาลฟูนั่นเด่นมากแม้อยู่ในห้องที่มีเพียงแสงจากภายนอกลอดผ่านเข้ามา และบนเตียงของผม ก็มีกล่องใบนั้นวางอยู่
ใช่ กล่องใบนั้น กล่องสีแปลกแปลกผูกโบว์สีประหลาดที่ผมพบมันเมื่อเช้า ...ผมลืมมันไปเลย...
ทำไมไม่เปิดกล่องของขวัญนี้หล่ะครับ ?
เขาถามผมอีกครั้งพร้อมกับชี้ไปยังกล่องใบนั้นด้วย ไม่พอใจตรงไหนหรือครับ ? เขาพูดอีกครั้ง ...สีหน้าของเขา มันแฝงด้วยความรู้สึกเศร้าอย่างประหลาด ผมคิด ทำไมเขาต้องทำหน้าเสียใจขนาดนั้นด้วย มันเหมือน เขาพร้อมที่จะร้องไห้ได้ทุกวินาที... ผม ควรทำอย่างไรดี จะให้ผมบอกเขาไปตรงตรงว่าผมลืมมันไปเลยจริงจริงงั้นหรือ หรือผมน่าจะบอกว่าผมไม่รู้ว่าเป็นของผมดี หรือผมควรจะบอกว่ากำลังจะเปิดอยู่แล้ว...
กรุณา ตอบด้วยครับ...
พลัน สายตาผมก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่โบว์ ทั้งที่เมื่อเช้าผมไม่สังเกตเห็นมันเลย แต่ตอนนี้ผมกลับเห็นมันชัดเจนมาก
...ชมพู... ผมพูดขึ้น ...ที่โบว์นั่น มัน... เออ มันมีสีชมพู อะ... คา คาราเมลสีชมพู ติด...อยู่...
ผมตอบไปอย่างตะกุกตะกัก แล้วผมก็สับสน ทำไมผมถึงพูดแบบนั้นออกไป ผมสงสัย ก้มหน้างุด ไม่กล้าเงยหน้ามองเขาเลย ผมหลับตา กำมือแน่น
อ้ะ!!! ใช่!! จริงด้วยครับ
ผมตกใจอีกครั้ง ผมมองเขา มองหน้าเขา ...เขา ที่กำลังยิ้ม ดีใจอย่างเหลือล้น แล้วเขาก็หยิบกล่องใบนั้นขึ้น มองไปที่โบว์แล้วพูดอีกครั้ง ด้วยสีหน้าแบบนั้นและน้ำเสียงที่ปิติยินดีจากใจจริง... ใช่ครับ มันมีคาราเมลติดอยู่ที่โบว์จริงจริง แหม ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่เกิดเรื่องผิดพลาดแบบนี้ เช่นนั้น ผมจะนำของขวัญชิ้นใหม่มาเปลี่ยนให้นะครับ
แล้วเขา ก็หายตัวไปพร้อมกับกล่องในมือ ปล่อยให้ผมยืนงงอยู่ตรงนั้น เพียงลำพัง กับความเงียบอย่างเดิม
...เรื่องอะไรกัน ผมพึมพำออกมา ฉับพลัน หน้าต่างก็ถูกยกเปิด สายลมพัดผ้าม่านให้สะบัดปลิว แสงจากเสาไฟและแสงจันทร์ส่องเข้ามาในห้องให้สว่างมากกว่าเดิม มากจนผมแสบตาไปชั่วขณะ มากจนผมเผลอเอามือมาบังแสงไว้ แล้วเสียงเดิมนั้นก็พูดขึ้น
ขอโทษที่ทำให้รอนานนะครับ เด็กผู้ชายคนนั้นก้าวข้ามหน้าต่างเข้ามาในห้อง มือทั้งสองข้างนั้นถือกล่องใบใหญ่สีฟ้าที่ถูกพันด้วยริบบิ้นสีขาวอยู่ เขาเดินมาหาผมและยื่นกล่องใบนั้นให้ รอยยิ้มนั่น มันอบอุ่น และรับรู้ได้ถึงความรู้สึกจากใจ ผมรับกล่องนั้นไว้ กล่าวขอบคุณเบาเบา ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกลับกลายเป็นเด็กเล็กเล็กที่เขินอายอย่างไรอย่างนั้นเลย
ไม่เป็นไรครับ เขาพูดพร้อมกับถอยไปที่หน้าต่างบานนั้น และพูดอะไรบางอย่างขึ้นมาอีกครั้ง
สุขสันต์วันคริสต์มาสครับ ขอให้มีความสุขทุกรูปแบบเลยนะครับ
แล้วเขา ก็หายตัวไป สายลมหยุดพัด ผ้าม่านหยุดนิ่ง ความเงียบสงัดกลับครอบคลุมบรรยากาศอีกครั้ง ผมเพียงก้มมองกล่องในมือของตัวเอง
.
.
"เหลือเชื่อว่ะ"
"...มันก็ไม่น่าเชื่อจริงจริงนั่นหล่ะ"
"เออ... แล้วเป็นไง นายเปิดกล่องนั้นดูรึยัง" เพื่อนของผมถาม
ในเช้าวันต่อมาที่ผมออกไปรับคุณพ่อกับคุณแม่แต่เช้า หลังจากร่วมกินข้าวเที่ยงร่วมกับทุกคนในครอบครัวที่ร้านอาหารประจำของพวกเรา และเปิดของขวัญที่ท่านทั้งสองซื้อมาให้จนหมดแล้ว ผมก็รีบมาหาเพื่อนทันทีและเล่าทุกอย่างให้ฟัง
"เปิดแล้ว"
"แล้วมันมีอะไรอยู่หล่ะ"
"...อืม...ไม่บอก"
"เฮ้ย!!!"
"555 ฉันกลับหล่ะ"
"เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย!! อะไรของนายเนี่ย เฮ้ย! กลับมาก่อนนะโว้ย!!!"
ผมเดินออกไป ไม่สนใจเสียงเรียกจากเพื่อนของผม ...ทำแบบนี้ สงสัยผมคงถูกโกรธไปอีกนานแน่ แต่ช่างมันเถอะ ...ผมเดินไปหัวเราะไปตลอดทาง...
.
.
ผมนอนมองเพดานอยู่บนเตียง นาฬิกาตีบอกเวลาตีหนึ่งแล้ว วันใหม่อีกวันหนึ่งเริ่มต้นขึ้นแล้ว ผมหันไปมองของบนโต๊ะเล็กข้างเตียง ...มันคือของขวัญที่แกะออกมาจากกล่องสีฟ้าสดใสใบนั้น...ผมพลิกตัวนอนตะแคงไปทางโต๊ะเล็กนั้น นอนมองของขวัญชิ้นนั้น
ตอนนั้นที่ผมเล่าเรื่องไป ผมตั้งใจจะบอกเพื่อนแล้วว่ามันคืออะไร คิดว่าจะบอกจริงจริง แต่ ทันใดนั้นผมก็เปลี่ยนใจ...ไม่รู้สินะ อยู่อยู่ผมก็ไม่อยากบอก... ผมเอื้อมมือไปจับมัน นึกถึงเด็กผู้ชายคนนั้นที่นำมันมาให้ผม ...มันเกินจะเชื่อจริงจริงนั่นหล่ะ... ผมคิด ถ้าผมเจอแฟนคราวหน้า ผมคงจะเล่าให้เธอฟัง แล้วถ้าเธอ "เชื่อ" ผมคงจะบอกเธอเองว่ามันคืออะไร...
.
"เมอร์รี่คริสต์มาสครับ"
.
แล้วผมก็หลับตา
.
END.
= = = = = = =
.
แล้วก็ สวัสดีปีใหม่ ด้วยครับ
ต้อนรับปีใหม่นี้ด้วยการต่อฟิคฉลองคริสต์มาส
และ "ของขวัญ" อีกกล่องครับ
.
.
.
ให้ทุกคนสมหวังกับความปรารถนา
อุปสรรคนานานับน้อยนิด
ชีวิตไม่โรยด้วยหนามกุหลาบ
และปราบราชาแห่งขี้ทั้งปวงได้
.
.
รู้ไหม ขี้เกียจ น่ะเป็นราชาแห่งขี้ทั้งปวงเชียวนะ
.
ขอให้ทุกคนมีความสุขในทุกรูปแบบนะครับ
(ยืมคำพูดเขามาใช้)
